TISCO ASSET

Market Commentary


ลงทุนอะไรดี ในยุคดอกเบี้ยขาขึ้น

ทีมจัดการการลงทุน บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ทิสโก้ จำกัด

ในปี 2017 นี้  ปัจจัยการลงทุนที่นักลงทุนทั่วโลกเฝ้าจับตามองเพื่อประกอบการตัดสินใจการลงทุนคงจะหนีไม่พ้น  เรื่องสภาวะอัตราดอกเบี้ยซึ่งมีแนวโน้มที่จะปรับตัวสูงขึ้น ตามนโยบาย
การเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ  ที่ส่งสัญญาณชัดเจนว่าจะมีการปรับอัตราดอกเบี้ยนโยบายขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไปภายในปีนี้  สอดคล้องกับการฟื้นตัวของเศรษฐกิจกลุ่มประเทศที่พัฒา
แล้วและอัตราเงินเฟ้อที่ปรับตัวสูงขึ้น จากราคาสินค้าโภคภัณฑ์ที่เพิ่มขึ้นมามากเมื่อเทียบกับปีก่อน ด้วยเหตุนี้เองทำให้เกิดคำถามกับนักลงทุนว่าเราควรจะลงทุนอะไรเพื่อลดความเสี่ยงดังกล่าว และขณะเดียวกันก็ได้รับผลตอบแทนที่ดีที่สุด

สินทรัพย์ที่น่าลงทุน :

1. กองทุนรวมตลาดเงินหรือกองทุนตราสารหนี้ที่มีอายุไม่เกิน 1 ปี: ในภาวะดอกเบี้ยขาขึ้น การลงทุนในตราสารที่มีอายุน้อย (Duration ต่ำ) จะช่วยลดความเสี่ยงจากการขาดทุนด้านราคา หากดอกเบี้ยปรับตัวสูงขึ้น และช่วยให้นักลงทุนไม่เสียโอกาสในการลงทุนต่ออีกด้วย
2. หุ้นวัฏจักร (Cyclical Stock): หุ้นกลุ่มนี้จะได้รับอิทธิพลจากวัฏจักรเศรษฐกิจโดยตรง เพราะหากเงินเฟ้อที่ปรับตัวขึ้นมาจากเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวย่อมสะท้อนออกมาในรูปแบบของยอดขาย 
และกำไรที่เพิ่มขึ้นตามไปด้วย หุ้นที่เข้าข่ายกลุ่มนี้ได้แก่ หุ้นกลุ่มธนาคาร (ได้รับประโยชน์จากสินเชื่อที่ขยายตัวตามอุปสงค์ที่ดีขึ้น และขณะเดียวกันรายรับที่เป็นดอกเบี้ยก็สามารถ
ปรับตัวขึ้นได้ เนื่องจากพอร์ตสินเชื่อของธนาคารที่เป็นระยะยาวส่วนมาก เป็นการปล่อยกู้ด้วยอัตราดอกเบี้ยลอยตัว), หุ้นกลุ่มอาหาร(เนื่องจากความสามารถในการส่งผ่านอัตราเงินเฟ้อไปยัง
ผู้บริโภคผ่านการปรับราคา ช่วยให้รายได้และกำไรของบริษัทได้รับผลกระทบเชิงลบที่น้อย)
3. สินค้าโภคภัณฑ์: ดอกเบี้ยขาขึ้นมาพร้อมกับเงินเฟ้อที่ปรับตัวสูงขึ้นจากด้านอุปทาน (cost push inflation) การลงทุนใน asset class ประเภทนี้ อาจเป็นเพื่อป้องกันความเสี่ยงหากเงินเฟ้อปรับตัวสูงกว่าที่คาดก็เป็นได้ (Inflation Hedge)
4. หุ้น Value: หากกล่าวถึงการจำแนกหุ้นโดยลักษณะของหุ้น หุ้นกลุ่ม value ก็มักจะเป็นที่หมายตาของนักลงทุนในยุคดอกเบี้ยขาขึ้นอย่างแน่นอน หุ้นกลุ่มนี้หมายถึงหุ้นที่มีราคาหรือมูลค่าต่ำกว่าราคาที่เหมาะสมตามทฤษฎี ซึ่งมีลักษณะใหญ่ๆ คือ มีอัตราการจ่ายเงินปันผลที่อยู่ในระดับสูง (High Expected Dividend Yield), มีค่า P/E ที่ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของตลาดหรือของกลุ่มอุตสาหกรรม และ มีค่า P/BV ที่ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของตลาดหรือของกลุ่มอุตสาหกรรม คุณลักษณะเหล่านี้เป็นตัวบ่งชี้ว่าความเสี่ยงขาลงของราคา (downside risk) ค่อนข้างจำกัดเพราะความถูกของตัวมันเอง และถ้าอยู่ในช่วงดอกเบี้ยขาขึ้น หุ้นที่ P/E ในระดับสูง มักจะมีความเสี่ยงที่จะถูกขายทำกำไรมากกว่า ด้วยเหตุผลของการทำ asset rotation กลับไปยังตราสารหนี้

สินทรัพย์ที่ควรหลีกเลี่ยง :

1. Property Fund/Infrastructure Fund: แม้ว่าสินทรัพย์กลุ่มนี้จะให้ความมั่นคงในรูปแบบของ income ที่มาจากสินทรัพย์ในกอง แต่เมื่อเทียบกับหุ้นปันผลสูง กลุ่มหลังมักจะ outperform ในแง่ของผลตอบแทนจากการปรับตัวขึ้นของราคาที่ล้อไปกับการขยายตัวของกำไร
2. หุ้นที่มีการกู้ยืมเงินในระดับสูง: บริษัทฯ ที่มีหนี้สินในระดับสูง นักลงทุนอาจจะต้องพิจารณาในเชิงลึกว่า มีการกู้ยืมด้วยอัตราดอกเบี้ยแบบใด หากเป็นประเภทที่จ่ายดอกเบี้ยลอยตัว ก็จะมีความเสี่ยงในภาระดอกเบี้ยที่เพิ่มสูงขึ้นในอนาคต หรือ ถ้าหากเป็นหนี้สินที่เป็นสกุลเงินต่างประเทศ การอ่อนค่าของเงินบาทก็จะทำให้ระดับหนี้ปรับตัวสูงขึ้นเช่นเดียวกัน
3. กองทุนตราสารหนี้ทั่วไป: กองทุนประเภทมักจะไม่ได้มีการกำหนดระดับ duration ไว้ ซึ่ง duration ที่สูงก็จะทำให้มีความเสี่ยงจากการปรับตัวลงของราคาตราสารหนี้ จากอัตราดอกเบี้ยที่ปรับตัวสูงขึ้น หากนักลงทุนไม่ได้ลงทุนด้วยระยะเวลาที่ยาวพอหรือลงทุนจนตราสารครบอายุ




Back