
ตลาดหุ้นเกาหลีใต้เป็นตลาดหุ้นที่สร้างผลตอบแทนได้โดดเด่นที่สุดในปี 2025-2026 โดยได้รับแรงหนุนจากการเติบโตของเทคโนโลยี AI โดยเฉพาะอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ ส่งผลให้ดัชนี Kospi ปรับตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่งเมื่อเทียบกับตลาดหุ้นส่วนใหญ่ทั่วโลก หากมองเพียงตัวเลขผลตอบแทน หลายคนอาจคาดว่าตลาดหุ้นเกาหลีใต้จะเป็นหนึ่งในตลาดที่ได้รับแรงสนับสนุนจากเงินทุนต่างชาติมากที่สุดแห่งหนึ่งในปีนี้
อย่างไรก็ดี หากพิจารณาข้อมูลกระแสเงินทุน (Fund Flow) จะพบว่าภาพที่เกิดขึ้นไม่ได้สอดคล้องกับทิศทางของตลาดทั้งหมด เพราะในขณะที่ดัชนีพุ่งทะยานทำจุดสูงสุดใหม่ในหลายช่วงที่ผ่านมา นักลงทุนต่างชาติกลับยังคงเดินหน้าขายสุทธิหุ้นเกาหลีใต้อย่างต่อเนื่อง

โดยยอดขายสุทธิของนักลงทุนสถาบันต่างชาติสะสมตั้งแต่ต้นปีอยู่ในระดับสูงถึง $79.8 billion ซึ่งตัวเลขนี้สะท้อนให้เห็นชัดเจนว่า การปรับตัวขึ้นของตลาดไม่ได้เกิดจากแรงซื้อของนักลงทุนต่างชาติเป็นหลักแต่อย่างใด
อย่างไรก็ดี การไหลออกของเงินทุนต่างชาติไม่ได้หมายความว่านักลงทุนต่างชาติกำลังลดความเชื่อมั่นต่อตลาดหุ้นเกาหลีใต้เสมอไป เนื่องจากแรงขายในตลาดทุนไม่ได้สะท้อนมุมมองต่อเศรษฐกิจหรือผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนโดยตรงเสมอไป แต่ในหลายครั้งอาจเกิดจากการปรับพอร์ตการลงทุนและการบริหารความเสี่ยงของนักลงทุนสถาบัน
เบื้องหลังแรงขาย: การปรับสมดุลพอร์ต ไม่ใช่ความกังวลทางเศรษฐกิจ
หากพิจารณาแรงขายที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน นักวิเคราะห์จำนวนมากมองว่าไม่ได้สะท้อนการเปลี่ยนแปลงของมุมมองต่อปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจ แต่เป็นผลจากการปรับสมดุลพอร์ตการลงทุนของนักลงทุนสถาบันมากกว่า
แม้อาจดูขัดแย้งในมุมมองของนักลงทุนทั่วไป แต่หลายครั้งตลาดหุ้นที่แข็งแกร่งเกินไป ก็กลับสร้างแรงขายโดยอัตโนมัติ กลไกดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อราคาหุ้นปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้มูลค่าตลาดรวมของบริษัทจดทะเบียนสูงขึ้นตาม ส่งผลให้น้ำหนักของตลาดหุ้นเกาหลีใต้ในดัชนีอ้างอิงระดับโลกและดัชนีตลาดเกิดใหม่ (Emerging Market Index) เพิ่มขึ้นโดยอัตโนมัติ
สำหรับกองทุนขนาดใหญ่ที่บริหารเงินตามดัชนีอ้างอิง หรือมีกรอบการบริหารความเสี่ยงที่ชัดเจน การปล่อยให้สัดส่วนการลงทุนในประเทศใดประเทศหนึ่งเพิ่มขึ้นมากเกินไป อาจทำให้พอร์ตการลงทุนขัดกับนโยบายและเบี่ยงเบนจากเป้าหมายที่กำหนดไว้ ดังนั้น กองทุนจำนวนหนึ่งจึงจำเป็นต้องปรับลดสัดส่วนการถือครองหุ้นเกาหลีใต้บางส่วน เพื่อรักษาสัดส่วนสินทรัพย์ให้อยู่ในกรอบที่เหมาะสม
ในมุมมองดังกล่าว แรงขายจึงมีลักษณะเป็นการปรับสมดุลพอร์ต (Portfolio Rebalancing) มากกว่าการลดการลงทุนจากความกังวลต่อแนวโน้มเศรษฐกิจหรือผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียน ด้านนักวิเคราะห์ของ Nomura ถึงกับเรียกปรากฏการณ์ในช่วงที่ผ่านมาว่าเป็นแรงขายที่ถูกบังคับด้วยกฎเกณฑ์ (Forced Selling) หรือแรงขายเชิงเทคนิค (Technical Selling) ที่เกิดจากข้อจำกัดด้านการจัดสรรสินทรัพย์ มากกว่าจะเป็นการสะท้อนมุมมองเชิงลบต่อเกาหลีใต้
ขาขึ้นแบบกระจุกตัว : ข้อจำกัดด้านการกระจายความเสี่ยงของกองทุนใหญ่
อีกปัจจัยหนึ่งที่มีส่วนอธิบายพฤติกรรมของนักลงทุนต่างชาติ คือการที่ผลตอบแทนของตลาดหุ้นเกาหลีใต้ในปีนี้กระจุกตัวอยู่ในหุ้นขนาดใหญ่บางกลุ่ม โดยเฉพาะสองยักษ์ใหญ่แห่งอุตสาหกรรมชิป อย่าง Samsung Electronics และ SK Hynix ซึ่งได้รับประโยชน์โดยตรงจากความต้องการชิปสำหรับระบบ AI และศูนย์ข้อมูลทั่วโลก
การปรับตัวขึ้นของหุ้นทั้งสองบริษัทมีส่วนสำคัญต่อการปรับขึ้นของดัชนี Kospi เนื่องจากมีน้ำหนักสูงในดัชนีอยู่แล้ว ยิ่งเมื่อราคาหุ้นเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว สัดส่วนการถือครองของหุ้นกลุ่มดังกล่าวในพอร์ตของนักลงทุนสถาบันก็เพิ่มสูงขึ้นตามไปด้วย
ภายใต้แนวทางการบริหารความเสี่ยงของกองทุนหลายแห่ง การกระจุกตัวของการลงทุนในหุ้นรายตัวมากเกินไปอาจเพิ่มความผันผวนของพอร์ตในระยะยาว ดังนั้นจึงเห็นการทยอยแบ่งขายเพื่อลดน้ำหนักการลงทุนและลดความเสี่ยงจากการกระจุกตัว แม้ว่าปัจจัยพื้นฐานของบริษัทจะยังแข็งแกร่ง และเป็นผู้นำในเมกะเทรนด์โลกก็ตาม
โครงสร้างตลาดเปลี่ยนผ่าน: บทเรียนจากอินเดียสู่เกาหลีใต้
สิ่งที่น่าสนใจคือ แม้จะมีแรงขายจากนักลงทุนต่างชาติอย่างต่อเนื่อง แต่ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ยังสามารถปรับตัวขึ้นได้ โดยไม่ได้เผชิญแรงกดดันรุนแรงเหมือนที่เคยเกิดขึ้นในอดีต
ปัจจัยสำคัญมาจากบทบาทของนักลงทุนภายในประเทศที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะนักลงทุนรายย่อยซึ่งยังคงเข้าซื้อหุ้นอย่างต่อเนื่อง ข้อมูลล่าสุดระบุว่าเม็ดเงินจากนักลงทุนภายในประเทศไหลเข้าสู่ตลาดหุ้นเกาหลีใต้แล้วมากกว่า $70 billion ในปีนี้ ขณะที่จำนวนบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ใหม่ยังคงเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง สะท้อนความเชื่อมั่นของนักลงทุนท้องถิ่นที่มีต่อแนวโน้มเศรษฐกิจและตลาดทุนของประเทศ
แรงซื้อจากนักลงทุนภายในประเทศดังกล่าว กลายเป็นฐานแนวรับที่แข็งแกร่ง ที่สามารถรองรับแรงขายจากนักลงทุนต่างชาติได้ในระดับสูง ส่งผลให้ทิศทางของตลาดไม่ได้ขึ้นอยู่กับกระแสเงินทุนต่างชาติเพียงอย่างเดียวอีกต่อไป
สถานการณ์ในลักษณะนี้เคยเกิดขึ้นมาแล้วในตลาดหุ้นอินเดีย ในช่วงที่ตลาดหุ้นอินเดียปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง เม็ดเงินจากนักลงทุนภายในประเทศไหลเข้าสู่ตลาดอย่างต่อเนื่องจนมีบทบาทมากขึ้นในการกำหนดทิศทางตลาด ซึ่งสามารถรองรับแรงขายจากต่างชาติได้ และส่งผลให้ทิศทางตลาดไม่ได้พึ่งพาเงินทุนต่างชาติเพียงกลุ่มเดียว ก่อนที่เงินทุนต่างชาติจะทยอยกลับเข้ามาอีกครั้งในช่วงถัดมา
หลายฝ่ายจึงมองว่า วันนี้เกาหลีใต้อาจกำลังก้าวเข้าสู่ช่วงเปลี่ยนผ่านในลักษณะเดียวกัน โดยฐานนักลงทุนภายในประเทศเริ่มมีบทบาทสำคัญต่อทิศทางตลาดมากขึ้น
มุมมองเชิงบวก: ความเชื่อมั่นจากสถาบันระดับโลก และโอกาสอัปเกรดสู่ MSCI Developed Market
แม้จะเผชิญแรงขายจากนักลงทุนต่างชาติอย่างต่อเนื่อง แต่นักวิเคราะห์มืออาชีพส่วนใหญ่ยังคงมีมุมมองเชิงบวกต่อตลาดหุ้นเกาหลีใต้ในระยะข้างหน้า โดยมองว่าปัจจัยพื้นฐานยังคงแข็งแกร่งและได้รับแรงหนุนจากวัฏจักรขาขึ้นของอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ การลงทุนด้าน AI และการเติบโตของกำไรบริษัทจดทะเบียนในกลุ่มเทคโนโลยี
มุมมองดังกล่าวสอดคล้องกับสถาบันการเงินระดับโลกอย่าง Goldman Sachs ที่ยังคงให้น้ำหนักการลงทุนเชิงบวก (Overweight) ต่อหุ้นเกาหลีใต้ และเพิ่งปรับเพิ่มเป้าหมายดัชนี Kospi ในช่วง 12 เดือนข้างหน้า ขึ้นสู่ระดับ 12,000 จุด ซึ่งหมายถึงโอกาสปรับตัวขึ้น (Upside) อีกถึงประมาณ 37% จากระดับปัจจุบัน ขณะที่นักวิเคราะห์จาก Nomura ย้ำว่าแรงขายในปัจจุบันไม่ใช่สัญญาณลดความเชื่อมั่น แต่เป็นเพียงผลจากการปรับพอร์ต (Portfolio Rebalancing) หลังจากที่ตลาดทำผลงานได้อย่างโดดเด่นเท่านั้น
นอกจากความแข็งแกร่งด้านเทคโนโลยีแล้ว อีกประเด็นที่น่าจับตาคือ การเลื่อนขั้นของตลาดหุ้นเกาหลีใต้ โดยในช่วงที่ผ่านมา ดัชนีระดับโลกอย่าง MSCI ยังคงจัดให้เกาหลีใต้เป็นเพียงตลาดเกิดใหม่ (Emerging Market) เนื่องจากนักลงทุนต่างชาติมองว่าระบบการแลกเปลี่ยนเงินวอนยังมีข้อจำกัด
แต่ล่าสุด รัฐบาลเกาหลีใต้กำลังเร่งปฏิรูปเพื่อปลดล็อกปัญหานี้ โดยเตรียมขยายเวลาแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศให้สามารถทำได้เกือบ 24 ชั่วโมง ซึ่งจะเริ่มใช้จริงในเดือนกรกฎาคมนี้
หากการปลดล็อกครั้งนี้ ผ่านการประเมิน จนทำให้ MSCI ยอมรับและเลื่อนขั้นให้เกาหลีใต้เข้าสู่สถานะตลาดพัฒนาแล้ว (Developed Market) ได้สำเร็จ จะกลายเป็นปัจจัยเร่งที่ดึงดูดให้กองทุน Passive Fund ขนาดใหญ่จากทั่วโลกที่อิงกับดัชนีตลาดพัฒนาแล้ว ต้องจัดสรรเม็ดเงินเข้ามาลงทุนในตลาดหุ้นเกาหลีใต้เพิ่มขึ้นอย่างมหาศาลโดยอัตโนมัติ
โดยสรุป การเติบโตของตลาดหุ้นเกาหลีใต้สวนทางกับกระแสเงินทุนต่างชาติที่ไหลออก เป็นภาพสะท้อนที่ชัดเจนว่าโครงสร้างตลาดกำลังเปลี่ยนผ่านไปสู่จุดที่ลดการพึ่งพาเม็ดเงินต่างชาติ และทดแทนด้วยบทบาทของนักลงทุนในประเทศที่แข็งแกร่งขึ้น อีกทั้งยังมีแรงหนุนจากปัจจัยพื้นฐานในภาคเทคโนโลยีและเซมิคอนดักเตอร์ที่ยังอยู่ในวัฏจักรขาขึ้น
ในท้ายที่สุด การไหลออกของเงินทุนต่างชาติในช่วงนี้อาจสะท้อนการปรับพอร์ตการลงทุนมากกว่าการเปลี่ยนแปลงของปัจจัยพื้นฐาน และอาจเป็นอีกหนึ่งตัวสะท้อนว่า ทิศทางของตลาดหุ้นเกาหลีใต้ในปัจจุบันไม่ได้ถูกกำหนดโดยกระแส Fund Flow ต่างชาติเพียงอย่างเดียวอีกต่อไป
ที่มา : Bloomberg
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ TISCO Contact Center 0 2633 6000 กด 4 , 0 2080 6000 กด 4
ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนการตัดสินใจลงทุน
รายงานฉบับนี้ไม่ถือว่าเป็นคำเสนอหรือคำชี้ชวนให้ซื้อหรือขายหลักทรัพย์ และจัดทำขึ้นเป็นการเฉพาะเพื่อประโยชน์แก่บุคคลที่เกี่ยวข้องกับบริษัทเท่านั้น มิให้นำไปเผยแพร่ทางสื่อมวลชนหรือโดยทางอื่นใด ทิสโก้ไม่ต้องรับผิดต่อความเสียหายใดๆ ที่เกิดขึ้นโดยตรงหรือเป็นผลจากการใช้เนื้อหาหรือรายงานฉบับนี้ การนำไปซึ่งข้อมูล บทความ บทวิเคราะห์ และการคาดหมายทั้งหลายที่ปรากฏอยู่ในรายงานฉบับนี้เป็นการนำไปใช้โดยผู้ใช้ยอมรับความเสี่ยงและเป็นดุลยพินิจของผู้ใช้แต่ผู้เดียว