/
/
/
/
3 เหตุผลทำไมหุ้นกลุ่มอากาศยาน และป้องกันประเทศถึงมีความน่าสนใจในการลงทุน

3 เหตุผลทำไมหุ้นกลุ่มอากาศยาน และป้องกันประเทศถึงมีความน่าสนใจในการลงทุน

ในช่วงที่ผ่านมาความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ได้เกิดขึ้นหลายแห่งทั่วโลก ไม่เพียงแต่สงครามระหว่างฝ่าย สหรัฐฯ อิสราเอล กับ อิหร่าน ที่กำลังเกิดขึ้นเท่านั้น แต่ยังมีความขัดแย้งอีกหลายแห่งที่กำลังดำเนินอยู่รวมถึงมีโอกาสที่จะปะทุรุนแรงขึ้นในอนาคต ซึ่งในโลกปัจจุบันความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ ได้กลายมาเป็นหนึ่งในตัวแปรสำคัญที่กำหนดทิศทางเศรษฐกิจและตลาดการเงินโลกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ 

และท่ามกลางความไม่แน่นอนเหล่านี้ ทำให้หลายประเทศทั่วโลกเริ่มตื่นตัวและปรับตัวรับมือด้วยการเร่งอัดฉีดงบประมาณด้านความมั่นคงและเทคโนโลยีขั้นสูงอย่างต่อเนื่อง แนวโน้มเชิงโครงสร้างนี้เองที่ส่งผลให้กลุ่มอุตสาหกรรมอากาศยานและการป้องกันประเทศ หรือ Aerospace & Defense กลายมาเป็นหนึ่งในธีมการลงทุนที่ได้รับความสนใจจากนักลงทุนเป็นอย่างมากในช่วงที่ผ่านมา โดยในช่วงระยะเวลาต่อจากนี้ มี 3 ปัจจัยหลักที่จะสนับสนุนการเติบโตอย่างแข็งแกร่งและยั่งยืนในระยะยาวของหุ้นในกลุ่มนี้ได้ 

1.ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์หนุนงบกลาโหม

ปัจจัยขับเคลื่อนแรกและถือเป็นหัวใจสำคัญของอุตสาหกรรมนี้ คือระดับความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง หากพิจารณาจากดัชนีความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ของโลก (GPR Threats Index) นับตั้งแต่ปี 1992 จะพบว่าเหตุการณ์สำคัญทางประวัติศาสตร์ เช่น สงครามอ่าวเปอร์เซีย สงครามอัฟกานิสถาน ความขัดแย้งระหว่างรัสเซีย-ยูเครน หรือสถานการณ์ตึงเครียดระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิหร่าน ล้วนเป็นเหตุการณ์ที่ทำให้ระดับความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์พุ่งสูงขึ้น

ความไม่ปลอดภัยนี้เองที่บังคับให้หลายประเทศต้องหันมาทบทวนและเพิ่มการลงทุนเพื่อเสริมสร้างศักยภาพด้านความมั่นคงของตัวเอง โดยข้อมูลจากศูนย์วิจัยด้านสันติภาพระหว่างประเทศแห่งสตอกโฮล์ม (SIPRI) ได้ระบุว่าการใช้จ่ายด้านกลาโหมทั่วโลกพุ่งทะยานขึ้นไปแตะระดับ $2.7 trillion ในปี 2024 ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่สูงที่สุดเป็นประวัติการณ์โดยมีแรงหนุนหลักจากความตึงเครียดในภูมิภาคยุโรปตะวันออกและตะวันออกกลาง

เมื่อเจาะลึกลงไปในรายประเทศ แม้ว่าสหรัฐอเมริกายังคงเป็นประเทศที่มีงบประมาณทางการทหารสูงที่สุดในโลกแต่ก็พบว่างบประมาณกลาโหมในกลุ่มประเทศอื่นๆ ก็ปรับตัวเพิ่มขึ้นทั้งในยุโรป จีน และประเทศอื่นๆ ในทวีปเอเชีย ซึ่งการเพิ่มขึ้นของงบประมาณกลาโหมในช่วงที่ผ่านมาไม่ใช่เพียงแค่ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นปีเดียวเท่านั้น แต่เป็นแนวโน้มที่กำลังจะเติบโตขึ้นยิ่งอีกในอนาคตอีกด้วย โดยนักวิเคราะห์หลายสำนักประเมินว่างบประมาณด้านกลาโหมของสหรัฐฯ เพียงประเทศเดียวจะเพิ่มขึ้นทะลุระดับ $1 trillion ภายในปี 2035 สะท้อนให้เห็นว่ารัฐบาลสหรัฐฯ ยังคงมุ่งเน้นความมั่นคงภายในประเทศรวมถึงรักษาขีดความสามารถในการแข่งขันด้านเทคโนโลยีทางการทหารในระดับโลกอีกด้วย

2.รายได้มั่นคงจากสัญญารัฐบาลระยะยาว

อุตสาหกรรมอากาศยานและการป้องกันประเทศเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมที่มีโครงสร้างรายได้ที่มีความแข็งแกร่งและง่ายต่อการคาดการณ์ (High visibility) เนื่องจากบริษัทในกลุ่มนี้มีลูกค้าหลักเป็นภาครัฐ ซึ่งเมื่อรัฐบาลมีการอนุมัติโครงการป้องกันประเทศ บริษัทต่างๆ มักจะได้รับสัญญาระยะยาวที่กินเวลาหลายปี สิ่งนี้ก่อให้เกิดคำสั่งซื้อล่วงหน้าจำนวนมหาศาลส่งผลให้เกิดรายได้ที่รอการรับรู้ไว้ล่วงหน้าและช่วยลดความผันผวนของการดำเนินธุรกิจจากความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจต่างๆ ที่บริษัททั่วไปมักต้องเผชิญ

ซึ่งในปี 2024 บริษัทชั้นนำ 100 อันดับแรกในอุตสาหกรรมนี้ทั่วโลกสามารถกวาดรายได้รวมกันสูงถึง $679 billion สร้างสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ นำโดยบริษัทอากาศยานและการป้องกันประเทศสัญชาติอเมริกันที่ครองส่วนแบ่งรายได้และฐานลูกค้าไว้ได้มากที่สุดซึ่งคาดการณ์การเติบโตของผลประกอบการในช่วง 2023-2027 รายได้ของบริษัทในกลุ่มนี้มีแนวโน้มเติบโตเฉลี่ยที่ระดับ 8% ต่อปี ในขณะที่กำไรสุทธิคาดว่าจะเติบโตก้าวกระโดดถึง 16% ต่อปี

นอกจากนี้ โมเดลธุรกิจที่สร้างกระแสเงินสดได้อย่างสม่ำเสมอ ทำให้บริษัทเหล่านี้สามารถให้ผลตอบแทนคืนสู่ผู้ถือหุ้นได้ ทั้งในรูปของการจ่ายเงินปันผล และการประกาศซื้อหุ้นคืนได้อย่างต่อเนื่อง  อีกด้วย

3.การเติบโตของเทคโนโลยีกลาโหมยุคใหม่

สถานการณ์ความตึงเครียดในภูมิภาคต่างๆ ในช่วงที่ผ่านมา ได้แสดงให้เห็นว่าปฏิบัติการทางการทหารและการป้องกันประเทศในยุคปัจจุบันเป็นการผสมผสานระหว่างการใช้กำลังเข้ากับเทคโนโลยีขั้นสูงต่างๆ ซึ่งจะเห็นได้ว่าเทคโนโลยีขั้นสูงต่างๆ ถูกนำมาใช้บ่อยครั้ง อาทิ การใช้ปัญญาประดิษฐ์, ระบบอัตโนมัติ (Automation), อากาศยานไร้คนขับ (Drones), ระบบป้องกันภัยทางอากาศอัจฉริยะ, เครื่องบินล่องหน (Stealth) หรืออาจรวมไปจนถึงเทคโนโลยีด้านอวกาศ

โดยตัวอย่างของเทคโนโลยีกลาโหมยุคใหม่ที่เห็นได้ชัดคือ สหรัฐอเมริกาที่ก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางเทคโนโลยีด้านความมั่นคงระดับโลกอย่างปฏิเสธไม่ได้ เนื่องจากมีระบบนิเวศที่แข็งแกร่ง ทั้งงบประมาณวิจัยและพัฒนา (R&D) มหาศาล และความร่วมมือที่ไร้รอยต่อระหว่างภาครัฐ มหาวิทยาลัย และภาคเอกชน รวมถึงประสบการณ์จริงในการใช้งานเทคโนโลยีดังกล่าวในหลายพื้นที่ทั่วโลกส่งผลให้บริษัทผู้นำระดับโลกล้วนกระจุกตัวอยู่ที่สหรัฐฯอเมริกา 

ด้วยเบื้องหลังของการพัฒนาเทคโนโลยีกลาโหมสมัยใหม่ที่เป็นไปอย่างแข็งแกร่ง ทำให้ภาคเอกชนนำมาประยุกต์ใช้และสร้างรายได้ให้กับบริษัทได้ ไม่ว่าจะเป็น GE Aerospace ผู้นำระดับโลกด้านการผลิตเครื่องยนต์อากาศยานที่ทรงอิทธิพลทั้งในภาคการบินพาณิชย์และภาคความมั่นคง, RTX (Raytheon Technologies) ที่พัฒนาเทคโนโลยีเรดาร์ล้ำสมัย ระบบป้องกันภัยทางอากาศ และเครื่องยนต์อากาศยานที่ทั่วโลกให้ความไว้วางใจ, Boeing ที่นอกจากจะเป็นหนึ่งในผู้เล่นรายใหญ่ทั้งเครื่องบินพาณิชย์แล้ว ยังมีธุรกิจด้านความมั่นคง อวกาศ และระบบดาวเทียมที่แข็งแกร่ง, Lockheed Martin เจ้าของอากาศยานรบขั้นสูงและเทคโนโลยีอวกาศ และ Northrop Grumman ที่เชี่ยวชาญด้านระบบอากาศยานล้ำยุค ระบบอัตโนมัติ และนวัตกรรมอวกาศ

การพัฒนาและนำเทคโนโลยีขั้นสูงมาใช้ทำให้บริษัทในกลุ่มอากาศยานและการป้องกันประเทศ ไม่ใช่เพียงแค่ธุรกิจผลิตยุทโธปกรณ์แบบเก่า แต่กลายเป็นผู้นำแห่งอนาคตที่สามารถสร้างอัตรากำไร (Margin) ได้สูงขึ้นผ่านการขายโซลูชันและนวัตกรรมใหม่ๆ

ท่ามกลางสมรภูมิทางภูมิรัฐศาสตร์ที่กลายเป็นความปกติใหม่ (New Normal) หุ้นกลุ่ม Aerospace & Defense คือคำตอบของการลงทุนที่ผสมผสานระหว่าง “ความชัดเจนของรายได้และ “พลังของนวัตกรรมได้อย่างลงตัว การทะยานขึ้นของงบประมาณกลาโหมทั่วโลกสู่ระดับ $2.7 trillion ไม่เพียงแต่เป็นเกราะคุ้มกันความผันผวนทางเศรษฐกิจผ่านสัญญารัฐบาลระยะยาว แต่ยังเป็นแรงหนุนสำคัญที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีขั้นสูงแห่งอนาคต นี่จึงไม่ใช่แค่การลงทุนในยุทโธปกรณ์แบบดั้งเดิม แต่เป็นอุตสาหกรรมขาขึ้นรอบใหญ่ที่พร้อมจะเติบโตอย่างแข็งแกร่งและต่อเนื่องท่ามกลางความไม่แน่นอนของโลก

ที่มา : Reuters, SIPRI, Company Data

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ TISCO Contact Center 0 2633 6000 กด 4 , 0 2080 6000 กด 4
ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนการตัดสินใจลงทุน

รายงานฉบับนี้ไม่ถือว่าเป็นคำเสนอหรือคำชี้ชวนให้ซื้อหรือขายหลักทรัพย์ และจัดทำขึ้นเป็นการเฉพาะเพื่อประโยชน์แก่บุคคลที่เกี่ยวข้องกับบริษัทเท่านั้น มิให้นำไปเผยแพร่ทางสื่อมวลชนหรือโดยทางอื่นใด ทิสโก้ไม่ต้องรับผิดต่อความเสียหายใดๆ ที่เกิดขึ้นโดยตรงหรือเป็นผลจากการใช้เนื้อหาหรือรายงานฉบับนี้ การนำไปซึ่งข้อมูล บทความ บทวิเคราะห์ และการคาดหมายทั้งหลายที่ปรากฏอยู่ในรายงานฉบับนี้เป็นการนำไปใช้โดยผู้ใช้ยอมรับความเสี่ยงและเป็นดุลยพินิจของผู้ใช้แต่ผู้เดียว

Scroll to Top
บริการออนไลน์
กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ
กองทุนรวม

เว็บไซต์นี้มีการจัดเก็บคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้งานเว็บไซต์ของท่านให้ดียิ่งขึ้น และนำเสนอโฆษณาที่เกี่ยวข้องและตรงกับความสนใจของท่าน โดยท่านสามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้จาก นโยบายการใช้คุกกี้ กรุณากดยอมรับเพื่อยินยอมให้เราใช้คุกกี้

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    เปิดใช้งานตลอด

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้
    รายละเอียดคุกกี้

  • คุกกี้ที่จำเป็น

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

บันทึก