
แม้ว่าก่อนหน้านี้ หลายฝ่ายมองว่า Kevin Hassett คาดว่าจะเป็นผู้ที่จะเข้ามาดำรงตำแหน่งประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) คนใหม่ต่อจาก Jerome Powell ที่กำลังจะหมดวาระในเดือนพฤษภาคมปีหน้า ซึ่ง Hassett นั้นมีแนวคิดทางเศรษฐกิจที่สอดคล้องกับประธานาธิบดี Donald Trump ที่สนับสนุนการลดอัตราดอกเบี้ยเพื่อกระตุ้นการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างรวดเร็ว รวมถึงได้รับความไว้วางใจส่วนตัวเนื่องจากทั้ง 2 คนเคยได้ร่วมกันมาก่อนทำให้ Hassett อาจสามารถทำให้ความต้องการของประธานาธิบดี Donald Trump ที่อยากเห็นดอกเบี้ยลดลงเร็วกว่านี้นั้นเป็นจริงได้
แต่แล้วในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมายังมีรายชื่อตัวเต็งประธาน Fed คนใหม่อีก 1 รายที่สามารถสร้างความประทับใจให้กับ Trump ได้ไม่น้อย นั่นคือ Kevin Warsh ที่ Trump เองได้เปิดเผยว่าตนรู้สึกมีความประทับใจหลังจากได้สัมภาษณ์ Warsh ไปเมื่อวันพุธที่ผ่านมา ซึ่งบทความนี้จะพามาทำความรู้จัก Warsh ซึ่งอาจกลายมาประธาน Fed คนใหม่ในช่วงเดือนพฤษภาคมปีหน้า
Kevin Warsh อดีตคณะกรรมการผู้ว่าการของ Fed ในช่วงวิกฤตซับไพรม์
Kevin Warsh สำเร็จการศึกษาปริญญาตรีที่มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ดในสาขานโยบายสาธารณะในปี 1992 และสำเร็จการศึกษาปริญญาโทในคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดในปี 1995 ด้านการทำงาน Warsh มีประสบการณ์ทั้งในภาครัฐและภาคเอกชนโดยในช่วงเริ่มต้นได้ร่วมงานกับสถาบันการเงินชั้นนำอย่าง Morgan Stanley และต่อมาได้รับการเลื่อนตำแหน่งไปเป็นกรรมการบริหารในฝ่ายวาณิชธนกิจด้านการควบรวมเข้าซื้อกิจการ จนกระทั่งปี 2002 Warsh ได้ออกจากการทำงานในภาคเอกชนและเข้ามามีบทบาทด้านการเมืองด้วยการทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาด้านนโยบายทางเศรษฐกิจในรัฐบาลของอดีตประธานาธิบดี George W. Bush
สำหรับการทำงานเกี่ยวกับนโยบายทางการเงิน Warsh ได้เข้ามาเป็นหนึ่งในคณะกรรมการผู้ว่าการของ Fed (Board of Governors) โดยการเสนอชื่อของ Bush ในปี 2006 ซึ่งในช่วงแรกที่เข้ามาทำงานใน Fed เขากลับได้รับกระแสตอบรับที่ไม่ค่อยดีนักเนื่องจากหลายฝ่ายมองว่าเป็นกรรมการที่มีอายุน้อยเกินไป อย่างไรก็ดี Ben Bernanke ประธาน Fed ในเวลานั้นได้มองว่าถึง Warsh จะมีอายุน้อยแต่มีจุดแข็งคือความเข้าใจเกี่ยวกับประเด็นทางการเมืองและตลาดทุน รวมถึงเครือข่ายที่เขามีใน Wall Street ซึ่งต่อมา Warsh ถือว่าเป็นอีกหนึ่งในบุคคลที่มีบทบาทสำคัญในช่วงวิกฤตการเงินสหรัฐฯ เช่น การสนับสนุนการทำ QE ครั้งแรกของ Fed
ภายหลังจากวิกฤตการเงินสหรัฐฯ คลี่คลายลง Warsh ได้ประกาศลาออกจากคณะกรรมการผู้ว่าการของ Fed ในปี 2011 และได้ร่วมงานกับภาคเอกชนอีกครั้งโดยได้เข้ามาเป็นคณะกรรมการของ 2 บริษัท ได้แก่ UPS และ Coupang และปัจจุบัน Warsh ยังได้ดำรงตำแหน่งเป็นที่ปรึกษาทางด้านเศรษฐกิจให้กับสำนักงบประมาณแห่งสภาคองเกรสสหรัฐฯ (CBO) อีกด้วย
Warsh สร้างความประทับใจให้กับ Donald Trump หลังจากการสัมภาษณ์เมื่อวันพุธที่ผ่านมา

การเข้ามาสัมภาษณ์ของ Kevin Warsh กับ Donald Trump เพื่อคัดเลือกประธาน Fed เมื่อวันพุธที่ผ่านมานั้นที่จริงแล้วถือว่าไม่ใช่ครั้งแรก เพราะ Warsh เคยเข้าสัมภาษณ์กับ Trump เพื่อคัดเลือกประธาน Fed ครั้งแรกเมื่อปี 2017 ก่อนที่ Trump จะเลือก Jerome Powell ให้เข้ามาดำรงตำแหน่งประธาน Fed ต่อจาก Janet Yellen
ภายหลังจากการสัมภาษณ์เมื่อวันพุธที่ผ่านมาจบลง Trump ได้ออกมาให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าว The Wall Street Journal โดยได้เปิดเผยว่าทั้ง Kevin Hassett และ Kevin Warsh เป็นตัวเลือกที่ดีทั้งคู่ และได้เปิดเผยช่วงหนึ่งของการสัมภาษณ์ว่า เขาได้ถามว่า Warsh มีความน่าไว้ใจมากน้อยแค่ไหนในการสนับสนุนความต้องการของเขาที่ต้องการให้ดอกเบี้ยอยู่ในระดับต่ำกว่านี้ ซึ่ง Warsh เองก็ตอบว่ากลับไปว่าเห็นด้วยว่าอัตราดอกเบี้ยควรจะลดลงมากกว่านี้เช่นกัน
นอกจากนี้ Trump เองยังได้มองว่าประธาน Fed คนต่อไปควรจะปรึกษากับประธานาธิบดีเกี่ยวกับอัตราดอกเบี้ยด้วย ซึ่งหลายฝ่ายมองว่าถือเป็นการแทรกแซงการทำงานของ Fed อย่างชัดเจน อย่างไรก็ดี เขาได้ยืนยันว่าประธาน Fed คนใหม่ไม่จำเป็นที่จะต้องทำตามเขาทุกอย่าง แต่เขาก็มองว่าเขาเป็นคนฉลาดและความคิดเห็นของเขาก็ควรที่จะได้รับการรับฟังด้วย นอกจากนี้ เขาเองยังได้มองว่าระดับอัตราดอกเบี้ยที่ควรจะเป็นนั้นต้องลงไปอีก 1% หรือมากกว่านั้นจากปัจจุบันที่อัตราดอกเบี้ยอยู่ที่ระดับ 3.50%-3.75%
ภายหลังจากข่าวการสัมภาษณ์ Trump ของ The Wall Street Journal ได้ถูกเผยแพร่ออกไป ทำให้ตลาดทำนายผล ให้โอกาสความน่าจะเป็นที่ Warsh จะกลายเป็นประธาน Fed คนต่อไปสูงขึ้นทันที อย่างไรก็ตาม Kevin Hassett ออกมาระบุว่า Trump เป็นคนที่ตัดสินใจได้รวดเร็ว และยังเปลี่ยนใจได้เร็วอีกด้วย นอกจากนี้ ยังมีแคนดิเดตอีกบางท่านที่กำลังรอสัมภาษณ์กับ Trump ซึ่งอาจทำให้ Trump เปลี่ยนใจเลือกประธาน Fed คนใหม่ได้
แม้ว่า Trump ออกมาชื่นชมแคนดิเดตที่ได้สัมภาษณ์หลายคนแต่เขาก็ต้องเลือกคนที่เหมาะสมที่สุดที่จะเข้ามาดำรงตำแหน่งประธาน Fed อย่างรอบคอบ เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอยเมื่อปี 2017 ที่ Trump ตัดสินใจเลือก Jerome Powell เข้ามาดำรงตำแหน่งประธาน Fed ซึ่งในการคัดเลือกเมื่อครั้งนั้น Powell ได้เคยแสดงท่าทีสนับสนุนการใช้นโยบายการเงินแบบผ่อนคลายแต่เมื่อมาดำรงตำแหน่งประธาน Fed จริงๆ กลับดำเนินนโยบายทางการเงินไม่ตรงกับเป้าหมายของ Trump ที่ได้ตั้งเอาไว้ซึ่งนำมาสู่การออกมาแสดงความไม่พอใจต่อการตัดสินใจของประธาน Fed คนปัจจุบันและนำไปสู่การข่มขู่ไล่ Powell ให้พ้นจากตำแหน่งมาเป็นระยะ
โดยตอนนี้ การตัดสินใจแต่งตั้งประธาน Fed คนใหม่จะขึ้นอยู่กับประธานาธิบดี Donald Trump และคาดว่าในช่วงเร็วคือก่อนเทศกาลคริสต์มาสปีนี้หรือช้าที่สุดคือต้นปีหน้า เราก็จะได้ทราบว่าประธาน Fed คนต่อไปจะเป็น Kevin Warsh หรือ Kevin Hassett หรือ Trump จะสร้างความประหลาดใจอีกครั้งด้วยการตั้งรายชื่อที่อยู่นอกเหนือความคาดหมายขึ้นมาแทน
ที่มา: The Wall Street Journal, Kalshi, Fortune