/
/
/
ดอกเบี้ยต่ำ ฝากเงินได้น้อย Bond Yield ขึ้น กองตราสารหนี้ผันผวน ถึงเวลาปรับพอร์ตด้วย TGSMART

ดอกเบี้ยต่ำ ฝากเงินได้น้อย Bond Yield ขึ้น กองตราสารหนี้ผันผวน ถึงเวลาปรับพอร์ตด้วย TGSMART

ดอกเบี้ยต่ำ ฝากเงินได้น้อย Bond Yield ขึ้น กองตราสารหนี้ผันผวน  ถึงเวลาปรับพอร์ตด้วย TGSMART 

หลายปีที่ผ่านมา คนที่ไม่อยากรับความผันผวนจากหุ้นมีทางเลือกค่อนข้างตรงไปตรงมา เงินที่ยังไม่อยากเสี่ยงก็ฝากธนาคาร ส่วนเงินที่รับความเสี่ยงเพิ่มได้อีกหน่อยก็ขยับไปกองทุนตราสารหนี้ หวังรับดอกเบี้ยมากขึ้น และถ้าจังหวะดี เจอช่วงดอกเบี้ยขาลง ก็ยังมีโอกาสได้กำไรจากราคาพันธบัตรเพิ่มอีกชั้น กลยุทธ์การลงทุนแบบนี้เคยใช้ได้ผลดี เพราะทิศทางดอกเบี้ยเป็นใจแต่ทุกวันนี้สถานการณ์เริ่มเปลี่ยนไป 

ฝั่งไทย ดอกเบี้ยลงมาอยู่ในระดับต่ำแล้ว ผลตอบแทนจากเงินฝากจึงไม่ได้สูงพอให้เงินงอกเงยได้มาก ขณะที่การขยับจากเงินฝากไปหากองทุนตราสารหนี้ก็ไม่ได้ง่ายเหมือนเดิม เพราะ Bond Yield ทั้งในไทยและต่างประเทศมีความเสี่ยงกลับเป็นขาขึ้น ซึ่งเป็นจุดที่นักลงทุนต้องระวังที่สุด 

เงินฝากให้ผลตอบแทนน้อย ไม่ได้แปลว่ากองทุนตราสารหนี้จะเป็นคำตอบอัตโนมัติ 

สองอย่างนี้ทำงานคนละแบบ เงินฝากให้ดอกเบี้ยต่ำก็จริง แต่ถ้าถือครบตามเงื่อนไข เรารู้ค่อนข้างชัดว่าจะได้เงินต้นและดอกเบี้ยเท่าไร แต่กองทุนตราสารหนี้ต่างออกไป เพราะราคาหน่วยลงทุนสามารถขึ้นลงได้ตาม Bond Yield และกติกาของตลาด Bond ข้อสำคัญก็คือ Yield ลง ราคาพันธบัตรขึ้น  Yield ขึ้น ราคาพันธบัตรลง 

ช่วงก่อนหน้านี้ คนถือกองทุนตราสารหนี้ได้เปรียบเพราะไม่ได้รับแค่ดอกเบี้ย แต่ได้ลุ้นกำไรจากราคาเมื่อ Yield ลดลงด้วย พอวันนี้ดอกเบี้ยไทยลงมาอยู่ในระดับต่ำมากแล้ว พื้นที่ให้ดอกเบี้ยลงต่อก็ไม่ได้กว้างเหมือนเดิม นั่นหมายความว่าแรงส่งที่เคยช่วยกองทุนตราสารหนี้กำลังลดลง แต่ความเสี่ยงอีกด้านกลับเริ่มใหญ่ขึ้น ถ้าเงินเฟ้อกลับมา ราคาพลังงานสูงขึ้น หรือดอกเบี้ยโลกอยู่สูงนานกว่าที่ตลาดเคยคาด Bond Yield ก็สามารถขยับขึ้นได้อีก และถ้า Yield ขึ้น คนที่เจ็บไม่ได้มีแค่กองทุนพันธบัตรสหรัฐฯ กองตราสารหนี้ไทยก็โดนผลกระทบ กองตราสารหนี้ต่างประเทศก็โดนผลกระทบเพียงแต่โดนมากน้อยต่างกันตามอายุพันธบัตรและโครงสร้างพอร์ต กองที่ถือพันธบัตรอายุยาวจะไวต่อการเปลี่ยนแปลงของ Yield มากกว่า เพราะเราเคยล็อกดอกเบี้ยของพันธบัตรเก่าไว้นานกว่า ลองนึกภาพง่ายๆ ราถือพันธบัตรที่ให้ดอกเบี้ย 2% วันหนึ่งตลาดออกพันธบัตรใหม่ที่ให้ 3% ถ้าเราจะเอาพันธบัตร 2% ไปขาย ใครจะยอมซื้อในราคาเดิม ในเมื่อซื้อของใหม่ได้ดอกเบี้ยสูงกว่าคำตอบคือ ราคาพันธบัตรเก่าต้องลดลง จนผลตอบแทนของคนซื้อรายใหม่ใกล้เคียงกับระดับตลาด นี่คือเหตุผลที่ช่วง Bond Yield ขาขึ้นไม่ใช่ช่วงที่เป็นมิตรกับกองทุนตราสารหนี้ 

ไทยเองก็ไม่ได้แยกออกจากโลก 

บางคนอาจคิดว่า US Treasury Yield ขึ้นก็เป็นเรื่องของอเมริกา กองทุนตราสารหนี้ไทยไม่น่าเกี่ยว ความจริงตลาดการเงินเชื่อมกันมากกว่านั้น ถ้า Treasury สหรัฐฯ ให้ผลตอบแทนสูงขึ้น นักลงทุนทั่วโลกย่อมถามว่าทำไมต้องซื้อพันธบัตรประเทศอื่นใน Yield ต่ำกว่า ถ้าความเสี่ยงไม่ได้ต่างกันมากพอ Yield ของประเทศต่างๆ จึงมีแรงกดดันตามกันได้อีกด้าน หากดอกเบี้ยโลกสูงและเงินบาทอ่อนมากเกินไป ไทยเองก็ไม่สามารถลดดอกเบี้ยได้แบบไม่มีข้อจำกัด เพราะต้องคิดทั้งเงินเฟ้อ เงินทุนเคลื่อนย้าย และเสถียรภาพค่าเงินไปพร้อมกัน ภาพจึงเริ่มต่างจากช่วงที่ดอกเบี้ยทั่วโลกลงพร้อมกัน 

จุดที่อันตรายที่สุดคือ พอร์ตดู “ปลอดภัย” แต่ผลตอบแทนกลับไปไม่ถึงเป้าหมาย 

คนที่ถือกองทุนตราสารหนี้เยอะมักรู้สึกว่าตัวเองไม่ได้เสี่ยงมาก ซึ่งถูกส่วนหนึ่ง ความผันผวนของตราสารหนี้โดยทั่วไปต่ำกว่าหุ้น แต่ความเสี่ยงของพอร์ตไม่ได้มีแค่คำว่า “ขาดทุนแรง” ยังมีอีกเรื่องที่สำคัญมาก คือ เงินโตไม่ทันเป้าหมาย ถ้าเงินฝากให้ผลตอบแทนต่ำ กองทุนตราสารหนี้ให้ Yield ไม่สูงมาก และยังมีโอกาสโดนราคากดถ้า Yield ขึ้นพอร์ตที่หนักสินทรัพย์กลุ่มนี้มากเกินไปอาจอยู่ในสถานการณ์ที่ดูนิ่ง แต่โตช้า สำหรับเงินที่มีเป้าหมายอีก 5 ปี 10 ปี หรือใช้สำหรับเกษียณ ความเสี่ยงแบบนี้ไม่ควรถูกมองข้าม เพราะการเสียโอกาสหลายปีไม่ได้ขึ้นเป็นตัวเลขติดลบในพอร์ตมากนัก แต่มันทำให้เงินก้อนปลายทางเล็กกว่าที่ควรจะเป็น นี่คือเหตุผลที่คำถามวันนี้ไม่ควรเป็นแค่ ตราสารหนี้ยังลงทุนได้หรือไม่?”  แน่นอนว่ายังลงทุนได้ ตราสารหนี้ยังมีหน้าที่ลดความผันผวน สร้างกระแสรายได้ และช่วยกระจายความเสี่ยงแต่คำถามที่สำคัญกว่าคือ เรายังควรให้ตราสารหนี้เป็นพระเอกของพอร์ตเหมือนช่วงดอกเบี้ยขาลงหรือไม่?” 

เพราะฉะนั้น การปรับพอร์ตไม่ใช่ขาย Bond ทิ้ง แต่คือเลิกฝากอนาคตไว้กับ Bond อย่างเดียว 

นี่คือจุดที่กองทุนอย่าง TGSMART เริ่มมีบทบาท แนวคิดของ TGSMART ไม่ใช่ทายว่าหุ้นจะชนะ Bond หรือ Bond จะชนะหุ้น แต่ยอมรับตั้งแต่ต้นว่า เราไม่รู้ว่าสินทรัพย์ไหนจะชนะตลอดเวลา 

บางช่วงหุ้นดีที่สุด 

บางช่วงตราสารหนี้ดีที่สุด 

บางช่วงเงินสดมีความหมาย 

บางช่วงสินทรัพย์ทางเลือกช่วยลดความผันผวนของพอร์ตได้ 

ดังนั้นแทนที่จะล็อกพอร์ตไว้กับสินทรัพย์ประเภทเดียวหรือกำหนดสัดส่วนแต่ละสินทรัพย์ตายตัว TGSMART ใช้แนวทาง Dynamic Asset Allocation หรือการปรับสัดส่วนสินทรัพย์ตามสภาพตลาด 

ถ้าตลาดหุ้นมีโอกาสดีขึ้นก็สามารถเพิ่มน้ำหนัก 

ถ้าความเสี่ยงสูงขึ้นก็ลดหุ้น 

ถ้า Bond Yield ขึ้นมาจนตราสารหนี้กลับมาน่าสนใจจริง ก็สามารถเพิ่มตราสารหนี้ได้ 

นี่คือข้อได้เปรียบของกองทุน ไม่ต้องเดิมพันกับทิศทางเดียวต่างจากการถือกองตราสารหนี้ล้วน ซึ่งผลตอบแทนจำนวนมากผูกอยู่กับระดับ Yield และ Credit ของตราสารที่ถือ 

อีกข้อดีข้อที่น่าสนใจของกองทุน TGSMART คือ กองทุนไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อไล่ผลตอบแทนสูงที่สุด แต่ให้ความสำคัญกับการคุมความผันผวนและ Drawdown ซึ่ง Drawdown คือช่วงที่พอร์ตลดลงจากจุดสูงสุด เรื่องนี้สำคัญมากสำหรับนักลงทุนที่กำลังย้ายจากตราสารหนี้ เพราะส่วนใหญ่ไม่ได้ต้องการเปลี่ยนจากความเสี่ยงต่ำไปหุ้น 100% ทันทีแต่นักลงทุนต้องการผลตอบแทนที่มีโอกาสสูงขึ้น แต่ยังอยากควบคุมความผันผวนของพอร์ต TGSMART จึงทำหน้าที่เหมือน “สะพาน” ระหว่างสองฝั่ง ฝั่งหนึ่งคือเงินฝากและตราสารหนี้ที่นิ่งกว่า แต่โอกาสสร้างผลตอบแทนเริ่มจำกัดอีกฝั่งคือหุ้นที่ให้โอกาสผลตอบแทนสูงกว่า แต่ความผันผวนก็สูงตาม 

TGSMART อยู่ตรงกลาง โดยเปิดโอกาสให้พอร์ตลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงเพื่อสร้างผลตอบแทน แต่ยังสามารถปรับลดความเสี่ยงเมื่อสถานการณ์ไม่เป็นใจ 

หากเปลี่ยนสนามการลงทุนในปัจจุบันเป็นการแข่งขันฟุตบอลก็เหมือนกับในสนามที่กติกาดอกเบี้ยกำลังเปลี่ยน ทีมที่ใช้แผนเดิมตลอด 90 นาทีอาจไม่ได้แพ้เพราะแผนนั้นผิดแต่แพ้เพราะ เกมเปลี่ยนแล้วแต่ยังไม่ยอมเปลี่ยนตาม พอร์ตลงทุนก็เหมือนกันช่วงดอกเบี้ยขาลง ตราสารหนี้เคยเป็นตัวหลักที่ทำงานได้ดีแต่เมื่อเงินฝากให้ผลตอบแทนน้อย และ Bond Yield เริ่มกลับเป็นขาขึ้น สิ่งที่ผู้ลงทุนควรทำไม่ใช่รอให้พอร์ตเจ็บก่อนแล้วค่อยปรับ แต่คือลดการพึ่งพาตราสารหนี้บางส่วน แล้วเพิ่มพอร์ตที่มีความสามารถในการเปลี่ยนเกม และนั่นคือจุดแข็งของ TGSMART เพราะในตลาดที่ทิศทางดอกเบี้ยไม่ใช่ขาลงแบบเดิมอีกต่อไป สิ่งที่มีค่าที่สุดอาจไม่ใช่การถือสินทรัพย์ที่ดูปลอดภัยที่สุด แต่คือการมีพอร์ตที่รู้ว่าเมื่อเกมเปลี่ยน ต้องขยับไปทางไหน 

 
–ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน 

–กองทุนป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน ผู้ลงทุนอาจจะขาดทุนหรือได้รับกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนหรือได้รับเงินคืนต่ำกว่าเงินลงทุนเริ่มแรกได้ 

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือขอรับหนังสือชี้ชวนได้ที่ 02-633-6000 กด 4/02-080-6000 กด 4/ www.tiscoasset.com/TISCOMyFunds 

 

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ TISCO Contact Center 0 2633 6000 กด 4 , 0 2080 6000 กด 4
ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนการตัดสินใจลงทุน

รายงานฉบับนี้ไม่ถือว่าเป็นคำเสนอหรือคำชี้ชวนให้ซื้อหรือขายหลักทรัพย์ และจัดทำขึ้นเป็นการเฉพาะเพื่อประโยชน์แก่บุคคลที่เกี่ยวข้องกับบริษัทเท่านั้น มิให้นำไปเผยแพร่ทางสื่อมวลชนหรือโดยทางอื่นใด ทิสโก้ไม่ต้องรับผิดต่อความเสียหายใดๆ ที่เกิดขึ้นโดยตรงหรือเป็นผลจากการใช้เนื้อหาหรือรายงานฉบับนี้ การนำไปซึ่งข้อมูล บทความ บทวิเคราะห์ และการคาดหมายทั้งหลายที่ปรากฏอยู่ในรายงานฉบับนี้เป็นการนำไปใช้โดยผู้ใช้ยอมรับความเสี่ยงและเป็นดุลยพินิจของผู้ใช้แต่ผู้เดียว

Scroll to Top
บริการออนไลน์
กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ
กองทุนรวม

เว็บไซต์นี้มีการจัดเก็บคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้งานเว็บไซต์ของท่านให้ดียิ่งขึ้น และนำเสนอโฆษณาที่เกี่ยวข้องและตรงกับความสนใจของท่าน โดยท่านสามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้จาก นโยบายการใช้คุกกี้ กรุณากดยอมรับเพื่อยินยอมให้เราใช้คุกกี้

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    เปิดใช้งานตลอด

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้
    รายละเอียดคุกกี้

  • คุกกี้ที่จำเป็น

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

บันทึก