ทุกวันนี้บริการ Buy Now Pay Later (ซื้อก่อนจ่ายทีหลัง) ของหลายค่ายหลายแอปเป็นที่นิยมมาก เพราะสมัครง่าย อนุมัติไว ได้ของก่อน แล้วค่อยจ่ายเงินทีหลัง แบ่งจ่ายได้ ช่วยลดภาระการจ่ายก้อนใหญ่ในครั้งเดียว ใช้แทนบัตรเครดิตได้ เหมาะสำหรับผู้ที่เข้าถึงบัตรเครดิตยาก
แต่ด้วยความ “สะดวกและง่าย” นี่เอง ทำให้หลายคนมีปัญหาการเงินในระยะยาว ไปดูกันครับว่า การใช้บริการ Buy Now Pay Later แบบไหนที่สุ่มเสี่ยง และอาจทำให้ติดกับดักหนี้ท่วมโดยไม่รู้ตัว
- ซื้อเกินกว่าที่จำเป็น : ชอบอันไหนก็กดคลิก แบบลืมนึกไปว่าเงินที่มีในบัญชีไม่พอจ่าย
- ผ่อนหลายอันทับซ้อน : ผ่อนของชิ้นละไม่แพง แต่หลายชิ้นอยู่ ผ่อนทุกแอป พอรวมกันเข้า…ภาระก็หนักอึ้ง!
- จ่ายไม่ตรงเวลา : ต้องจ่ายดอกเบี้ยผิดนัดชำระและค่าติดตามทวงหนี้ในอัตราที่สูง
แล้วถ้าอยากใช้ Buy Now Pay Later ใช้ยังไงให้อย่างปลอดภัยล่ะ
- ตั้งงบก่อนใช้ เลือกใช้เฉพาะรายการจำเป็นเท่านั้น แนะนำให้ไม่ควรเกิน 10% – 20% ของรายได้
- ตรวจสอบอัตราดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียม ก่อนกดตกลงทุกครั้ง
- ชำระตรงเวลาเสมอ ตั้งแจ้งเตือนหรือตัดบัญชีอัตโนมัติ
- ทบทวนยอดหนี้ทุกเดือน เพื่อควบคุมภาระหนี้และป้องกันหนี้ก้อนใหญ่จนควบคุมไม่ได้
หวังว่าเทคนิคการใช้ Buy Now Pay Later ในวันนี้ จะทำให้เพื่อนๆ สามารถควบคุมหนี้สินของตัวเองได้ ซึ่งการมีหนี้ต่างๆ นั้น ไม่ว่าจะเป็นหนี้ Buy Now Pay Later หนี้บัตรเครดิต หนี้กู้บ้าน หนี้กู้รถ เป็นต้น เราต้องควบคุมให้ยอดผ่อนชำระต่อเดือนของหนี้ทั้งหมดไม่ควรเกิน 45% ของรายได้ ท้ายสุดแต่สำคัญมาก อย่าลืม “ออมก่อนใช้” เพื่อที่เราจะมีเงินพอใช้และมีชีวิตที่สุขทุกวันยันเกษียณกันนะครับ
เพื่อนๆ สามารถติดตามสาระดีๆ และข้อมูลข่าวสารด้านการวางแผนการเงินและการลงทุนได้ที่ TISCO Smart Retirement Facebook : TISCO คลิก https://goo.gl/HKbuw4 #TISCOsmartretirement #สุขทุกวันยันเกษียณ #Smartrespending #FreedombyTISCOPVD